สินค้าคงค้างสะสมขึ้นที่ศูนย์กลางการขนส่งสินค้าหลักและสถานที่สำคัญต่างๆ ในเอเชียและยุโรป เนื่องจากสายเรือต่างๆ ได้ปิดรับการจองระวางเรือที่ไปตะวันออกกลางชั่วคราว ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งทางด้านทหารระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล

ในตอนนี้มีเรือติดค้างอยู่กลางทะเลเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการปิดของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่ง 100 ลำเป็นเรือขนส่งสินค้า

เรือที่วางแผนที่จะไปยังช่องแคบฮอร์มุซอาจจะต้องหันกลับไปยังสถานที่อื่นๆแทน เช่น ท่าเรือ Colombo ประเทศศรีลังกาและอื่นๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นผลทำให้ค่าจองระวางเรือสูงขึ้น

การส่งออกจากทวีปเอเชียจะเผชิญกับผลกระทบที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น และท่าเรือหลักๆ ก็จะเริ่มสูญเสียความคล่องตัว รวมถึงท่าเรือ Singapore

ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างความปวดหัวให้กับผู้ประกอบการท่าเรือหลายๆแห่งเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการจัดสรรในการใช้พื้นที่จัดเก็บสินค้า ความคล่องตัวของท่าเรือ การเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ไปมารอบๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อค่าจองระวางเรือที่สูงขึ้น

ราคาน้ำมันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากความขัดแย้งในตอนนี้ และถ้าช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิดภายใน 25 วันต่อจากนี้ คาดว่าชาวตะวันออกกลางอาจจะเริ่มหยุดหรือค่อยๆลดกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำมันลง เพราะว่าพวกเขาจะไม่มีที่เก็บน้ำมันและก๊าซแล้ว Jeremy Nixon CEO ของ Ocean Network Express กล่าวงาน TPM26 ของ S&P Global


ข้อมูลจากเว็บไซต์ SUPPLYCHAINDIVE

https://www.supplychaindive.com/news/one-ceo-ripple-effects-middle-east-conflict-ocean-rates-iran/813578